Tuesday, December 11, 2012

Shan Tale: Nang Kinnari

     This story was taken from Naai Châang Plùuk Rüan (link) with the intent to share the Shan language and culture with those who do not speak Thai. Since most people do not have Shan unicode font, I will use Thai transliteration of the Shan text from this blog. For those who are interested in reading the original Shan text, please click on the link above.


     Kinnari f. (or Kinnara m.) is a mythical creature originated from Buddhist/Hindu mythology. In Southeast Asia, it is typically half-human and half-bird. This mythical creature is well-known across many nations in Southeast Asia. 


นางกินนรี (Thai transliteration of Shan)
นางกินนรี (Thai translation)
Naang Kinnari (English translation)

นางกินนรีและขุนกินนร เขาสองตัวผัวเมียนั้น ก้าเสและร้องความม่วนเส้ออยู่ในเถื่อน.
นางกินนรีและขุนกินนร เขาสองตัวผัวเมียนั้น ฟ้อนรำและร้องเพลงสนุกสนานอยู่ในป่า.
Naang Kinnari and Khun Kinnara, the two of them husband and wife, were dancing and singing happily in the woods.

ปู่ล่าเนื้อค้อหนึ่ง กว่าร่างเสียติได้ เอากว่ารอดในเวียงซากปันเจ้าหอฅำ.
นายพรานคนหนึ่ง ไปวางกับดักแล้วจับได้ เอาไปถึงในเวียงถวายให้เจ้าแผ่นดิน.
A hunter set up a trap and caught them. He gave them to the king.

เจ้าหอฅำชมหน่า ใช้เขาร้องความแหน.
เจ้าแผ่นดินดีใจมาก ใช้เขาร้องเพลงให้ดู.
The king was very content. He ordered them to sing for him.

ใช้เขาก้าแหน เขาผัวเมียก็อยู่ไว้เอย็นเอย็น(เย็นๆ).
ใช้เขาฟ้อนให้ดู เขาผัวเมียก็อยู่นิ่งเฉย.
He ordered them to dance for him, but they, husband and wife, stayed unresponsive.

ใช้วันหนึ่งอ่ำก้า ใช้สองวันก็อ่ำก้า ใช้สามวันเต็มเต็มก็ ความก็อ่ำร้องแหน.
ใช้วันหนึ่งบ่ฟ้อน ใช้สองวันก็บ่ฟ้อน ใช้สามวันเต็มเต็มก็ เพลงก็บ่ร้องให้ฟัง.
He ordered them the first day; they would not dance. He ordered them the second day; they would not dance either. He ordered them the third full day; they would not sing for him either.

ก้าก็อ่ำก้าแหนและ.
ฟ้อนก็บ่ฟ้อนให้ดูด้วย.
They would not dance for him either.

ขุนหอฅำใจดำหน่า ใช้เอากว่าแหมตายแพด.
เจ้าแผ่นดินโกรธมาก ใช้เอาไปฆ่าตายทิ้ง.
The king was really angry. He ordered for them to be killed.

นางกินนรีก็ต่างเล่าเจ้าหอฅำ.
นางกินนรีก็ทูลเจ้าแผ่นดิน.
Naang Kinnari then said to the King:

"อย่าแหมเสียคำน่อ. พอเราข้าก้าแหน ร้องความแหนจึง ค้อว่าดีเตพา ค้อว่าช้าเตมี.
"อย่าฆ่าเสียเถิดเจ้าข้า. หากพวกเราฟ้อนให้ดู ร้องเพลงให้ฟังแล้ว คนว่าดีก็มี คนว่าเลวก็มี.
"Do not kill us please, Your Highness. If we dance and sing, some will be pleased and some will not.

จั่งอ่ำตักเสียงน่อ."
เลยบ่พูดเจ้าข้า."
Thus, we do not say anything, Your Highness."

เมื่อเดียวไน้แท้ สบดีความงาม ถึงยามจั่งลาด เหมือนหนั่งความกับถูก.
บัดเดียวนี้แท้ ปากดีคำงาม ถึงเวลาเลยพูด เหมือนดั่งคำพังเพย.
Now, their mouths are beautiful, and so are their words; when it is time to speak, they speak correctly. It is like aphoristic sayings.

"ข้ายอนต่างเล่าน่อ."
"ข้าขอทูลเจ้าข้า."
"I, your servant, am telling Your Highness."

เมื่อยามนั้น เจ้าหอฅำว้นไว้.
เมื่อยามนั้น เจ้าแผ่นดินคิดไว้.
Then, the king kept on thinking.

"ใช่แท้ เออ ความไน้. พอเป็นไหนจึง ปู่ล่าเนื้อ เหย.
"ใช่แท้ เอ้อ คำพูดนี้. หากเป็นเช่นนี้แล้ว นายพราน เอ๋ย.
"'Tis true. Yes, indeed. Their words are true. If this is so then.. O Hunter!

ที่อยู่เก่าเขาที่ใมเอามานั้นฅืนกว่าปล่อยดีดีท้า. ข้อปงมีหนั่งไหนเย้า."
ที่อยู่เก่าเขาที่มึงเอามานั้น ฅืนไปปล่อยดีดีเสีย. คำสั่งมีดั่งนี้ล่ะ."
Their original place which thou hast taken them from. Thou shalt return them there in peace. That is an order."


English translation by Alif Silpachai

No comments: